รู้จักเรา

เพราะเราเชื่อว่า “การค้นพบ” (Discovery) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มนุษยชาติก้าวเดินไปข้างหน้า ซัมซุง (Samsung) จึงนำมาเป็นหนึ่งในแนวคิดหลักที่ยึดถือปฏิบัติ และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เราเติบโตเป็นองค์กรระดับโลก เกิดเป็นแรงบันดาลใจให้นำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก เราจึงผสานแนวคิดดังกล่าวเข้าสู่นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR-Corporate Social Responsibility) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่ส่งผลต่อการค้นพบ

ในประเทศไทย บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ได้สานต่อแนวคิดดังกล่าว และริเริ่มโครงการ ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต (Samsung Smart Learning Center)  มาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริม “ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21” (21st Century Skills) ให้กับเด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศ ผ่านการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ในชื่อ “ห้องเรียนแห่งอนาคต” โดยนำเทคโนโลยีของซัมซุงมาเป็นเครื่องมือออกไปสำรวจโลกกว้าง ผ่านกระบวนการที่เอื้อให้ผู้เรียนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง

โครงการฯ ในปี 2556 มีโรงเรียนนำร่องทั้งหมด 10 แห่งจากทั่วประเทศ เพิ่มอีก 15 แห่งในปี 2557 และมีเป้าหมายให้เกิดขึ้นเป็น 40 แห่งภายในปี 2558 โดยหวังว่าจะสร้างต้นแบบการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นำแนวคิดจากสากลมาให้เข้ากับบริบทสังคมในประเทศไทย

เมื่อโลกเปลี่ยน การศึกษาจึงต้องปรับ

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้โลกยุคใหม่เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ภาคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ความรู้ และนวัตกรรม ได้เข้ามาแทนที่ภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรม งานแบบที่ใช้สมองและอาศัยปฏิสัมพันธ์เข้ามีบทบาทมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่แรงงานแบบซ้ำซาก รวมถึงถูกใช้เพื่อช่วยพนักงานที่มีทักษะขั้นสูงให้เพิ่มผลผลิตได้มากขึ้นและสร้างสรรค์ยิ่งขึ้น ผู้ที่สามารถปรับตัวด้วยการใช้ทักษะด้านการสื่อสาร การแก้ไขปัญหา และการคิดเชิงวิพากษ์เพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานให้สอดคล้อง ก็จะได้รับผลตอบแทนคือความก้าวหน้าของอาชีพ

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้ความสำเร็จในโรงเรียนไม่เพียงพอต่อความมั่นคงในอาชีพ และกล่าวได้ว่า คนที่มีความรู้และทักษะในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จ

เมื่อห้องเรียนสี่เหลี่ยมขนาดกว้าง × ยาวไม่มากนัก เริ่มแคบเกินกว่าความสนใจใคร่รู้ของนักเรียน นักการศึกษาจำนวนมากจึงตั้งคำถามว่า การจัดการศึกษาแบบที่เคยเป็นมาอาจไม่ตอบโจทย์โลกในศตวรรษใหม่ จนสถานศึกษาหลายแห่งในประเทศฝั่งตะวันตกได้เปลี่ยนมาจัดการศึกษาโดยมุ่งเน้น “กระบวนการเรียนรู้” มากกว่าเน้นที่ “ความรู้” กระทั่งเกิดเป็นแนวคิด “ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21” (21st Century Skills) นั่นคือ การผสานความรู้ทางวิชาการเข้ากับทักษะสำคัญที่เด็กจำเป็นต้องพัฒนา อันได้แก่ ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (Learning and Innovation Skills – 4Cs) ทักษะชีวิตและการทำงาน (Life and Career Skills) ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี (Information, Media and Technology Skills) ที่จะทำให้เด็กมีความสามารถในการสื่อสาร การแก้ปัญหา การคิดในเชิงวิพากษ์ ซึ่งการมีทักษะเหล่านั้นก็เพื่อพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในโลกแห่งอนาคต

อ้างอิง : http://www.samsungslc.org/about-us/